ศาสตราจารย์หลวงสมานวนกิจ
ใน พ.ศ. 2478 ได้จัดตั้งโรงเรียนป่าไม้ขึ้นที่จังหวัดแพร่ เพื่อเป็นที่อบรมสั่งสอนกุลบุตรไทยในวิชาการป่าไม้ทั้งในทางทฤษฎีและทางปฎิบัติ สำหรับจะได้เป็นพนักงานป่าไม้ในภายหน้า โรงเรียนแห่งนี้ได้เจริญมาเป็นลำดับ และได้เปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนวนศาสตร์ ในพ.ศ. 2481 และได้เข้ารวมเป็นสาขาหนึ่งของวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขนในขณะนั้น แต่ยังคงสังกัดอยู่ในกรมป่าไม้ตามเดิม และได้เปลี่ยนหลักสูตรจาก 2 ปี เป็น 3 ปี นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาแล้วจะได้รับอนุปริญญาบัตร และมีสิทธิสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการชั้นตรีได้ ต่อมาใน พ.ศ. 2486 เมื่อรัฐบาลได้จัดตั้งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ขึ้น โรงเรียนวนศาสตร์ได้โอนจากสังกัดกรมป่าไม้เข้ามาเป็นคณะหนึ่งในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คือคณะวนศาสตร์ในปัจจุบัน นอกจากนั้นท่านยังได้ส่งเสริมด้านประชาสัมพันธ์ให้มีนิตยสาร ชื่อ วนศาสตร์ เมื่อ พ.ศ. 2479 เพื่อเป็นหนังสือเผยแพร่กิจการและความรู้ในการป่าไม้ ในระหว่างพนักงานป่าไม้ด้วยกันและแก่บุคคลภายนอก
ใน พ.ศ. 2493 เมื่อดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมป่าไม้ในขณะนั้น ได้มีกิจการกับต่างประเทศมีทั้งการส่งข้าราชการไปประชุมในการประชุมระหว่างประเทศ ส่งข้าราชการไปศึกษาและดูงานและมีผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศเข้ามาดำเนินการช่วยเหลือแนะนำงานทางวิชาการในประเทศไทย และทำการตกลงในข้อผูกพันสัญญาต่าง ๆ มากมาย ได้มีการลงนามข้อตกลงทางวิชาการระหว่างองค์การสหประชาชาติให้ความช่วยเหลือทางวิชาการแก่ประเทศไทย มีการประชุมเกี่ยวกับการกำหนดมาตรฐานและการแบ่งชั้นไม้ (Standardization and Grading) การประชุมคณะกรรมการว่าด้วยการป่าไม้และผลิตผลจากป่าสำหรับภาคพื้นเอเซียและแปซิฟิค (Forestry and Forest Products Commission for Asia and the Pacific) ได้จัดหาทุนต่าง ๆ เช่น ทุนเอฟเอโอ (FAO) ดูงานจัดการป่าไม้ ประเทศอินเดีย ทุนดูงานทางจัดสร้างสวนป่า ประเทศฝรั่งเศส โมร็อกโก อินเดีย และอินโดนีเซีย ทุนสหประชาชาติ (UNO) ศึกษาดูงานเกี่ยวกับการป้องกันและกำจัดไฟป่า ในสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้รัฐบาลสหรัฐอเมริกายังได้ให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศไทยผ่านทางองค์การจัดให้ความมั่นคงร่วมกัน (Mutual Security) ให้ทุนข้าราชการไทยไปศึกษาและดูงานป่าไม้ในสหรัฐอเมริกาและให้เครื่องมือเครื่องใช้ในการดำเนินงานอีกมาก และยังมีผู้เชี่ยวชาญจากเอฟเอโอจากประเทศต่างๆ เช่น เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส อังกฤษ อเมริกา มาช่วยงานด้านการแปรรูปไม้ การจัดการป่าไม้ และการสร้างสวนป่า เป็นต้น
ใน พ.ศ. 2494 มีประกาศกระทรวงเกษตราธิการ เรื่องกำหนดอัตราค่าภาคหลวงไม้สัก ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2494 กรมป่าไม้โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและคณะรัฐมนตรี ได้ให้สัมปทานป่าไม้แม่อิง จังหวัดเชียงราย แก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมอบหมายให้องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เป็นผู้จัดทำ และแบ่งผลกำไรให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 30 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณปีละ 3 ล้านบาท ศาสตราจารย์หลวงสมานวนกิจรับราชการในตำแหน่งเจ้าพนักงานป่าไม้พิเศษ และนักวิชาการป่าไม้พิเศษอยู่จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2496 จึงได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ ไปดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ กรมมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ กระทรวงเกษตราธิการ ตั้งแต่ วันที่ 1 มิถุนายน 2496 เป็นต้นไป จะเห็นได้ว่าท่านเป็นผู้ที่ทั้งอุทิศเวลาและบุกเบิกงานป่าไม้ ตลอดจนสนใจสร้างโรงเรียนป่าไม้เพื่อให้เป็นแหล่งความรู้ และพัฒนากิจการป่าไม้ของประเทศไทยให้เจริญทัดเทียมอารยประเทศมาโดยลำดับ ทำให้กิจการป่าไม้ไทยทันสมัยจนถึงปัจจุปัน
ภายหลังจากที่ได้โอนมาดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ กรมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แล้วนั้น มีความสนใจเรื่องการเลี้ยงผึ้งและเปิดเป็นวิชาการสาขาใหม่ขึ้นในแผนกเกษตรศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยสั่งผึ้งพันธุ์ต่างประเทศจากประเทศออสเตรเลียและอิตาลี มีนิสิตเข้าศึกษา 42 คนและบุคคลทั่วไปสมัครเรียนกว่าร้อยคน เจ้าหน้าที่วิชาการเลี้ยงผึ้งได้จัดพิมพ์เอกสารคำชี้แจงเรื่องการเลี้ยงผึ้ง 2 ครั้งๆ ละ 1,000 เล่ม มีผู้สนใจติดต่อขอมาจนหมดสิ้น ในครั้งสุดท้ายได้จัดการพิมพ์หนังสือคู่มือการเลี้ยงผึ้ง ซึ่งศาสตราจารย์หลวงสมานวนกิจได้เรียบเรียงขึ้น มีประชาชนติดต่อขอซื้อตลอดมา และท่านได้ส่งบทความไปออกอากาศทางวิทยุกระจายเสียงในการเลี้ยงผึ้ง 5 ครั้ง และในการแสดงวิทยาศาสตร์ของสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย ทางมหาวิทยาลัยก็ได้นำผึ้งไปร่วมแสดงด้วย ในการเลี้ยงผึ้งครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทางสาขาวิชาสวนผลไม้ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า หลังจากที่ได้ทำการเลี้ยงผึ้งแล้ว ปรากฏว่าผลไม้ติดลูกมากกว่าแต่ก่อนโดยเฉพาะอย่างยิ่งส้มโอ ติดผลเพิ่มขึ้นจาก 290 ผล เป็น 743 ผล ทั้งนี้ผึ้งน่าจะมีส่วนช่วยเหลือให้ส้มติดผลดกขึ้น ท่านได้เป็นผู้ริเริ่มและบุกเบิกการเลี้ยงผึ้ง อันเป็นประโยชน์ซึ่งส่งผลให้เกษตรกรมีผลผลิตมากขึ้น
ใน พ.ศ. 2498-2499 ศาสตราจารย์หลวงสมานวนกิจ ดำรงตำแหน่งคณบดี คณะเกษตร มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์และเป็นประธานกรรมการประจำคณะเกษตร ช่วยพัฒนางานและการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จนเกษียณอายุราชการ นอกจากนี้ยังได้บริจาคหนังสือตำราและเอกสารให้แก่ห้องสมุดคณะวนศาสตร์ เพื่อให้นิสิตได้ศึกษาค้นคว้าหาความรู้อีกด้วย ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดคือ ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย
แหล่งข้อมูล
หนังสือ 100 ปี กรมป่าไม้ 2539. กรุงเทพมหานคร : กรมป่าไม้, 2539.
รายงานประจำปีกรมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 2495-2496. กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2497.
สมานวนกิจ. สมุดประวัติประจำตัวข้าราชการกระทรวงมหาดไทย, 2460.