ศาสตราจารย์สมเพียร เกษมทรัพย์ เกิดเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2482 ที่จังหวัดลำปาง เป็นบุตรของนายแสง นางสมณา เดียวตระกูล แม่เป็นคนลำปาง นามสกุลเดิม กองแก้วใจ ศาสตราจารย์สมเพียร เกษมทรัพย์ จบชั้นประถมและมัธยมต้นจากโรงเรียนวิชชานารี มัธยมปลายจากโรงเรียนบุญยวาทย์วิทยาลัย จังหวัดลำปาง ศาสตราจารย์สมเพียร เกษมทรัพย์ มีความใฝ่ฝันที่จะเรียนเกษตรตั้งแต่กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปีที่ 2 จนเพื่อนๆ ล้อว่า เธอจะไปเรียนเลี้ยงควายหรืออย่างไร? ศาสตราจารย์สมเพียร เกษมทรัพย์เล่าว่าไม่เคยรู้สึกอับอายในถ้อยคำล้อเลียนดังกล่าวนี้แต่อย่างใด ทั้งนี้เพราะภาพลักษณ์ของเกษตรในความคิดและหัวใจของศาสตราจารย์สมเพียร เกษมทรัพย์ บรรเจิดกว้างไกลและยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เพื่อนๆ คิดไว้มาก จึงมุ่งมั่นที่จะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ให้ได้ทั้งๆ ที่ครอบครัวต้องการให้เรียนบัญชี จึงได้สมัครสอบทั้ง 2 แห่งคือ คณะกสิกรรมและสัตวบาล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และคณะพานิชยศาสตร์และการบัญชีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผลปรากฏว่าสอบได้ทั้ง2 ที่ แต่เป็นความโชคดีที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เปิดเรียนก่อนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย1เดือน จึงเป็นโอกาสทองให้ศาสตราจารย์สมเพียร เกษมทรัพย์ได้เรียนเกษตร (KU. 17) สมปรารถนาอย่างเต็มภาคภูมิ ด้วยเป็นหญิงสาวคนแรกของจังหวัดลำปางที่เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำให้ศาสตราจารย์สมเพียร เกษมทรัพย์ได้รับทุนการศึกษา 5,000 บาท ตามประกาศของวงดนตรี KU BAND เมื่อครั้งไปแสดงที่จังหวัดลำปางเมื่อ พ.ศ. 2498 ช่วยให้เด็กหญิงผู้ใฝ่ดีผู้นี้มีหัวใจเต็มร้อยในการศึกษาเล่าเรียน จนสำเร็จการศึกษาได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมปรารถนา ดังนั้น ในโอกาสที่ KU. BAND จัดงานคอนเสิร์ต จวบฟ้าดิน 50 ปี เคยูแบนด์ เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2544 ศาสตราจารย์สมเพียร เกษมทรัพย์จึงถือโอกาสนี้มอบเงิน50,000บาท แม้เทียบไม่ได้กับค่าของเงิน 5,000 บาท เมื่อครั้งกระโน้นก็ตาม แต่เป็นเงินที่ได้จากน้ำพักน้ำแรงของเด็กภูธรคนนี้มอบให้ KU. BAND ด้วยความกตัญญูรู้คุณ ศาสตราจารย์สมเพียร เกษมทรัพย์ เล่าว่า ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ได้อยู่-กิน-นอน-เล่นและเรียนในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นห้วงเวลาที่สนุกสนาน ตื่นเต้นและมีความสุขที่สุดในชีวิต ได้พบเห็นและได้เรียนรู้ในสิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา แต่ที่ไม่แปลกคือวิถีชีวิตของชาวเกษตรซึ่งเหมือนกับวิถีชีวิตของเด็กต่างจังหวัดอย่างศาสตราจารย์สมเพียร เกษมทรัพย์ที่สุด กางเกงยีนส์ เสื้อเชิ้ตลายสก็อต รองเท้าโมฮ็อกและจักรยานจึงยังคงเป็นวิถีชีวิตของศาสตราจารย์สมเพียร เกษมทรัพย์ตราบจนปัจจุบันนี้และตลอดไป ต่อคำถามถึงสิ่งประทับใจในระหว่างเรียนในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คำตอบคือประทับใจในสังคมที่อบอุ่นและเอื้ออาทรของชาวเกษตร ผู้บริหารและอาจารย์ล้วนเป็นคนดีมีเมตตาให้คำแนะนำสั่งสอนในทุกๆ เรื่อง ดูแลทุกข์สุขของลูกศิษย์ทั้งในและนอกห้องเรียนตลอดเวลา ที่สำคัญคือมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จัดให้มีชั่วโมงว่างในตารางเรียนของนิสิตทุกคนในระหว่างเวลา 11.00-12.00 น. ทุกวันศุกร์ เพื่อใช้ในการอบรมบ่มนิสัย ปลูกฝังในสิ่งที่ดีงามในชีวิต ตลอดจนปลูกฝังให้นิสิตมีกริยามารยาทอย่างไทยๆ เหนือสิ่งอื่นใดคือสอนให้มีความกตัญญูรู้คุณคนและสถาบัน ศาสตราจารย์สมเพียร เกษมทรัพย์ได้รับปริญญากสิกรรมและสัตวบาลบัณฑิต สาขาพืชสวน เมื่อ พ.ศ. 2505 ระหว่าง พ.ศ. 2505-2507 ได้รับมอบหมายให้ทำงานวิจัยในโครงการ Cytogenetics ของกล้วยไม้ร่วมกับศาสตราจารย์ ระพี สาคริก และศาสตราจารย์ ดร. ฮารุยุกิ คามีโมโตะ ภายใต้โครงการร่วมระหว่างมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์กับ University of Hawaii ประเทศสหรัฐอเมริกา พ.ศ. 2506ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการตำแหน่งอาจารย์ตรี ในภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร พ.ศ. 2507ได้ติดตามสามี (นายรัศมี เกษมทรัพย์) ซึ่งได้รับทุน USAID ไปศึกษาต่อ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยทุนส่วนตัว และจบปริญญาโท (M.S. Horticulture) จาก Utah State University ใน พ.ศ. 2509 ก่อนจบปริญญาโทได้สมัครขอรับทุนเรียนปริญญาเอกที่Oregon State University และได้รับการตอบรับแล้ว ตั้งใจว่าจะกลับไปเยี่ยมบุตรชายซึ่งพี่สาวกรุณาเลี้ยงดูแทนตั้งแต่อายุได้เพียง 1 เดือนสักระยะหนึ่ง แต่เมื่อได้พบหน้าบุตรชายแล้วไม่สามารถกลับไปเรียนต่อได้อีก หลังจากจบปริญญาโทแล้ว ศาสตราจารย์สมเพียร เกษมทรัพย์ได้รับมอบหมายให้สอนวิชาไม้ดอก (Floriculture) และวิชาสถิติการวางแผนการทดลอง (Experimental Design) เป็นวิชาหลัก ได้ทำหน้าที่สอนและวิจัยทางด้านการผลิตไม้ดอกเพื่อใช้ประกอบการเรียนการสอนตั้งแต่ พ.ศ. 2510 เป็นต้นมา แม้ในระยะต้นๆ จะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณจากคณะกรรมการวิจัยเท่าที่ควร แต่ศาสตราจารย์สมเพียร เกษมทรัพย์ได้รับความเมตตาจากอธิการบดี (หลวงอิงคศรีกสิการ) และอาจารย์อาวุโสในภาควิชาพืชสวนกรุณาเจียดจ่ายเงินรายได้เล็กๆ น้อยๆ ให้สามารถทำงานวิจัยได้อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับความร่วมมือจากชาวสวนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดทางภาคเหนือ สถานีวิจัยปากช่อง สถานีวิจัยดอยปุย และสถานีวิจัยภายใต้โครงการหลวงได้อนุเคราะห์ให้ใช้สถานที่ในการวิจัย ที่สำคัญคือได้รับความร่วมมือจากผู้ร่วมงานและลูกศิษย์เป็นผู้ช่วยวิจัยที่ดีเยี่ยม ทำให้มีผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่แล้ว 46 เรื่อง บทความทางวิชาการอีก 64 เรื่อง ผลงานวิจัยและบทความทางวิชาการดังกล่าว นอกจากเป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอนแล้ว ยังสามารถสร้างอาชีพและรายได้แก่เกษตรกรและประชาชนที่สนใจตราบจนปัจจุบันนี้ เมื่อถามถึงแรงบันดาลใจให้เลือกเรียนและทำวิจัยทางด้านไม้ดอกทั้งๆ ที่ทำวิทยานิพนธ์ในระดับปริญญาตรีทำเกี่ยวกับการขยายพันธุ์องุ่น โดยมีศาสตราจารย์ปวิณ ปุณศรี เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา คำตอบคือ อาจเป็นเพราะว่าในสมัยเด็กๆ ขณะเรียนที่จังหวัดลำปาง ที่บ้านปลูกไม้ดอกเมืองหนาวหลายชนิดอาทิ คาร์เนชั่น สแนปดรากอน ฟล็อกซ์และผีเสื้อ ในฤดูหนาวมีอากาศหนาวเย็น จึงทำให้ไม้ดอกเหล่านั้นออกดอกสะพรั่งสวยงามมากแถมยังติดเมล็ดด้วย คุณแม่จึงตัดดอกไม้นำเข้ากำสำหรับบูชาพระและขอร้องแกมบังคับให้ศาสตราจารย์สมเพียร เกษมทรัพย์ขี่จักรยานไปขายในละแวกบ้าน รางวัลคือค่าขนมที่เพิ่มให้มากกว่าปกติ ในปีต่อมาก็นำเมล็ดที่เก็บรวบรวมไว้ไปปลูกต่อ จำได้ว่าเวลาผ่านไปเพียง 2-3 ปี คุณแม่นำเงินที่ขายได้และหยอดกระปุกไว้มานับรวมกัน ปรากฏว่าได้เงินมากพอสำหรับบวชพระได้หลายรูป ยังความปลาบปลื้มใจให้คุณแม่และความภาคภูมิใจให้ศาสตราจารย์สมเพียร เกษมทรัพย์เป็นอันมาก นอกจากนั้นการได้มีโอกาสไปเรียนต่อปริญญาโทที่ประเทศสหรัฐอเมริกาใน พ.ศ. 2507 ทำให้ได้พบเห็นและตื่นตาตื่นใจในความก้าวหน้าทางวิชาการและงานวิจัยทางด้านไม้ดอก โดยเฉพาะเบญจมาศ ทั้งในส่วนของมหาวิทยาลัยและการปลูกเบญจมาศเป็นการค้าของเอกชน จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ศาสตราจารย์สมเพียร เกษมทรัพย์สนใจที่จะศึกษาวิจัยทางด้านไม้ดอกเพื่อนำเอาวิชาการเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์ในประเทศไทยบ้าง เพราะประเทศไทยมีครบทุกสิ่งทุกอย่างอยู่แล้วในธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องซื้อทั้งอุณหภูมิและแสงแดดและไม่ต้องปลูกเบญจมาศในโรงเรือนที่ต้องกางมุ้งและติดตั้งเครื่องทำความอุ่น (heater) ให้ ดังที่ปฏิบัติกันในประเทศสหรัฐอเมริกาและยุโรป หลังจากจบปริญญาโทแล้ว งานวิจัยชิ้นแรก ที่ศาสตราจารย์สมเพียร เกษมทรัพย์ขอรับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์คือ การนำและเปรียบเทียบพันธุ์เบญจมาศ โดยการสั่งพันธุ์จากประเทศสหรัฐอเมริกามาปลูกทดสอบถึง 2 ชุด สรุปได้ว่า พันธุ์เบญจมาศจากประเทศสหรัฐอเมริกาไม่เหมาะที่จะปลูกเป็นไม้ตัดดอกการค้าในสภาพธรรมชาติของประเทศไทย เพราะไวต่อแสงและอุณหภูมิมาก ทำให้ออกดอกตั้งแต่ต้นยังไม่โตเต็มที่ ดอกเบญจมาศจึงไม่มีคุณภาพ ศาสตราจารย์สมเพียร เกษมทรัพย์จึงต้องหันไปสั่งพันธุ์เบญจมาศจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาทดลองใหม่ ปรากฏว่าคัดเลือกได้พันธุ์ดีสีขาวและสีเหลือง สามารถปลูกในสภาพธรรมชาติได้ตลอดทั้งปี จึงได้เผยแพร่พันธุ์พร้อมคำแนะนำตลอดจนเทคโนโลยีที่เหมาะสมให้กับเกษตรกรในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลปลูกเป็นการค้าแทนพันธุ์เดิมที่ปลูกได้เฉพาะในฤดูหนาวเท่านั้น เกษตรกรจึงเรียกขานเบญจมาศพันธุ์ส่งเสริมนี้ว่าขาวเกษตรและเหลืองเกษตร ศาสตราจารย์สมเพียร เกษมทรัพย์ยังได้ทำงานวิจัยไม้ดอกอื่นๆ อีกหลายชนิด ที่สามารถนำไปสู่การแนะนำส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเป็นไม้ตัดดอกการค้าจนประสบความสำเร็จได้แก่ เบญจมาศ แอสเตอร์ เยอบีรายุโรป แกล็ดดิโอลัส และดาวเรือง ที่โดดเด่นที่สุดคือดาวเรือง ทั้งนี้สืบเนื่องจากโครงการวิจัยเรื่อง Research on cultivated crops and wild plant for dye production in the highlands of northern Thailand ระหว่าง พ.ศ. 2519-2522 ซึ่งได้รับทุนจาก ARS, USDA ผ่านโครงการเกษตรที่สูง ทำวิจัยอย่างต่อเนื่องครบวงจร ซึ่งผลงานวิจัยนี้ได้นำไปสู่ธุรกิจการปลูกดาวเรืองเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอาหารไก่อย่างกว้างขวาง มีพื้นที่ปลูกเฉลี่ยปีละประมาณสองหมื่นไร่ ที่สำคัญคือก่อให้เกิดอาชีพการปลูกดาวเรืองตัดดอก และดาวเรืองกระถางสำหรับตกแต่งในโอกาสต่างๆ โดยเฉพาะในวันเฉลิมพระชนม์พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพราะสีเหลืองทองของดอกดาวเรือง (พันธุ์ส่งเสริม) เป็นสีประจำวันพระราชสมภพ และทุกสมัยที่มีการหาเสียงเลือกตั้ง เกษตรกรจะมีรายได้งดงามมาก เพราะผู้สมัครทุกคนนิยมพวงมาลัยดอกดาวเรือง ทั้งนี้เพราะสีเหลืองเป็นสีแห่งชัยชนะ กล่าวได้ว่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้เปิดศักราชการผลิตและการบริโภคดาวเรืองจนเป็นอาชีพหลักที่มั่นคงยิ่งสำหรับเกษตรกรทั่วทั้งประเทศไทย เพื่อเป็นเกียรติแก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เกษตรกรจึงได้ขนานนามดาวเรืองพันธุ์ส่งเสริมนี้ว่า ดาวเรืองเกษตร นอกจากงานวิจัยทางด้านไม้ตัดดอกแล้ว ศาสตราจารย์สมเพียร เกษมทรัพย์ยังได้ทำวิจัยเกี่ยวกับไม้ดอกกระถางและไม้ดอกประดับแปลงนานาชนิดอย่างต่อเนื่องไม่ขาดตอน ทำให้ได้รู้ทั้งศาสตร์และศิลป์ตลอดจนพันธุ์ที่เหมาะสมของไม้ดอกแต่ละชนิดส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเป็นไม้กระถางการค้าได้อย่างดียิ่ง ได้แก่ พิทูเนีย กล็อกซิเนีย บีโกเนีย แอฟริกันไวโอเลต กุหลาบหิน แพนซี ผีเสื้อ คาร์เนชั่น พังพวย (พันธุ์ใหม่) ดาวเรือง เบญจมาศ เยอบีราและคริสต์มาส เป็นต้น เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเฉลิมพระชนมมายุ 60 พรรษา ใน พ.ศ. 2530 ศาสตราจารย์สมเพียร เกษมทรัพย์ได้รับเกียรติให้ร่วมเป็นกรรมการก่อสร้างสวนหลวง ร. 9 ได้มีโอกาสใช้วิชาความรู้และประสบการณ์ที่ได้จากงานวิจัยและงานสอน ปลูกไม้ดอกล้มลุกนานาชนิดจำนวนหลายหมื่นต้นในลักษณะของไม้ดอกประดับแปลง (bedding plants) แม้จะประสบปัญหาดินเค็ม น้ำเค็ม แต่ศาสตราจารย์สมเพียร เกษมทรัพย์ได้พยายามทุกวิถีทางจนสามารถแก้ไขให้ลุล่วงและประสบผลสำเร็จเกินความคาดหมาย โดยไม้ดอกออกดอกพร้อมเพรียงกันทุกต้นในวันที่ 1 ธันวาคม 2530 ตามที่กำหนดไว้ทุกประการ เป็นที่เชิดหน้าชูตาและภาคภูมิใจอย่างยิ่ง จากผลงานสำคัญนี้ได้นำไปสู่การเขียนตำราไม้ดอกประดับแปลง กรุงเทพฯ สวยด้วยไม้ดอก ให้กองสวนสาธารณะ สำนักสวัสดิการสังคมกรุงเทพมหานคร พิมพ์เผยแพร่แก่ประชาชนที่สนใจเมื่อ พ.ศ. 2533 จำนวนนับหมื่นเล่ม ในฐานะครู ได้ทำหน้าที่สอน วิจัย และให้คำปรึกษาแนะนำทางด้านการผลิตไม้ดอกให้แก่นิสิต นักศึกษา เกษตรกรตลอดจนประชาชนที่สนใจมาโดยตลอด ยังได้เรียบเรียงตำราเพื่อใช้ในการเรียนการสอนอีก 4 เล่ม คือ 1. การปลูกไม้ดอก (Introduction to Floriculture) พ.ศ. 2522, 2525และ 2528 (451 หน้า) 2. ไม้ดอกกระถาง (Flowering Pot Plants) พ.ศ. 2524 และ 2526 (275 หน้า) 3. เทคโนโลยีการผลิตและธุรกิจไม้ตัดดอก (Cut Flower Production Technology & Marketing Business) พ.ศ. 2532 (398 หน้า) 4. กรุงเทพฯ สวยด้วยไม้ดอก (Bedding Plants) พ.ศ. 2533 (58 หน้า) ส่วนในด้านงานบริหาร ศาสตราจารย์สมเพียร เกษมทรัพย์ ได้รับเกียรติให้เป็นหัวหน้าภาควิชาพืชสวน (พ.ศ. 2525-2529) โดยไม่คาดฝันมาก่อน แต่เมื่อเริ่มรับตำแหน่ง ได้ตั้งเป้าหมายไว้หลายเรื่อง และพยายามทำทุกๆ เรื่องให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 4 ปี ปรากฏว่ามีหลายเรื่องที่ประสบผลสำเร็จตามเป้า มีบางเรื่องทะลุเป้า มีเพียงเรื่องเดียวที่ไม่สามารถทำได้สำเร็จนั่นคือ การร้องขอให้คณะเกษตรแก้ไขกฏเกณฑ์ที่จำกัดสิทธิเสรีภาพของนิสิตในการเลือกลงทะเบียนเรียนวิชาในหลักสูตรตามความเหมาะสมและความสามารถของแต่ละบุคคล ศาสตราจารย์สมเพียร เกษมทรัพย์คิดในใจไว้ว่า ถ้ามีโอกาสจะหาทางปรับปรุงวิธีการลงทะเบียนของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ให้ได้ โชคดีที่ต่อมาได้มีโอกาสเป็นรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ (พ.ศ. 2539-2542) ได้ดำเนินการให้นิสิตทำบัตรประจำตัวในรูปแบบ Smart Card ซึ่งเป็นบัตรอัจฉริยะอเนกประสงค์เป็นงานแรก แต่ไม่สำเร็จ เพราะต้องได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ศาสตราจารย์สมเพียร เกษมทรัพย์ ได้รับเกียรติให้เป็นอุปนายกสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย (พ.ศ. 2527-2531) ประธานคณะอนุกรรมการประสานงานวิจัยและพัฒนาไม้ดอกไม้ประดับ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (พ.ศ. 2532-ปัจจุบัน) คณะกรรมการประจำสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์ อาหาร (3 สมัย) ประธานคณะทำงานวิจัยและพัฒนากุหลาบ กรรมการในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ประธานกรรมการเสริมสร้างและพัฒนาบุคลากรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (พ.ศ. 2537-2539) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสถาบันวิจัยและพัฒนาแห่ง มก. (พ.ศ. 2538-2540) กรรมการสภามหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ กรรมการบริหารอัตรากำลัง ประธานกรรมการโครงการสหวิทยาการ ประธานกรรมการบริหารศูนย์หนังสือ มก. รองประธานกรรมการคณะอำนวยการสำนักพิมพ์ มก. ประธานคณะทำงานจัดทำรูปแบบประเมินคุณภาพของบุคลากรที่จะเข้าสู่ระบบค่าตอบแทนเพิ่มพิเศษ ประธานกรรมการโครงการจัดตั้งคณะสิ่งแวดล้อม ที่ปรึกษาอธิการบดี อนุกรรมการอุทธรณ์ร้องทุกข์ประจำมหาวิทยาลัย กรรมการชมรม มก. อาวุโส กรรมการบริหารนิธิภูมิปัญญาอาวุโส คณะทำงานรวบรวมข้อมูลบุคคลที่ทำคุณประโยชน์ให้กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เลขานุการด้านไม้ดอกไม้ประดับในคณะที่ปรึกษาเกษตร สมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ และกรรมการบริหารสมาคมศิษย์เก่าเคยูแบนด์ เป็นต้น สำหรับงานในหน้าที่รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ นั้น ศาสตราจารย์สมเพียร เกษมทรัพย์ได้ทุ่มเทสติปัญญาและพละกำลังทั้งหมดทำงานตามนโยบายของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อย่างจริงจังและจริงใจที่สุดด้วยความกตัญญูรู้คุณ ทำให้งานทั้งหลายทั้งปวงสำเร็จลุล่วงด้วยดี โดยเฉพาะงานในภารกิจหลักอันดับแรกคือ การสร้างบัณฑิตที่มุ่งเน้นให้บัณฑิตเป็นคนที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ มีสติปัญญาความรู้และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 งานสำคัญที่ลงมือทำอันดับแรกคือ งานประกันคุณภาพการศึกษา ได้จัดวางระบบและกลไกตลอดจนประกาศนโยบายและแนวทางปฏิบัติในการประกันคุณภาพ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2540 และวันที่ 28 พฤศจิกายน 2541 พร้อมกำหนด 4 ขั้นตอนในการดำเนินการคือ พัฒนา กำกับ สนับสนุน และตรวจสอบ ศาสตราจารย์สมเพียร เกษมทรัพย์กล่าวว่าการดำเนินการในขั้นตอนที่ 1 การพัฒนานั้นเป็นเรื่องใหญ่มาก จึงได้ตั้งกรรมการขึ้น 11+10 ชุด พร้อมทั้งหน่วยงานหลักและสนับสนุนรวมทั้งสิ้น 400 ชีวิต เพื่อพัฒนาองค์ประกอบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนในการสร้างบัณฑิต อาทิ อาคารศูนย์เรียนรวม 3 หลักสูตร กระบวนการเรียนการสอน การวัดและประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา คู่มืออาจารย์ที่ปรึกษา คู่มือรายวิชาหมวดศึกษาทั่วไป คู่มือการเสนอหลักสูตร คู่มือหลักสูตรปริญญาตรีฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ คู่มือและเทปวีดิทัศน์แนะนำมหาวิทยาลัย คู่มือเทคนิคการเรียนในมหาวิทยาลัย อีกทั้งกิจกรรมต่างๆ เช่น โครงการฝึกอบรมหลักสูตรคอมพิวเตอร์ หลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่อพัฒนาบุคลากรและนิสิตอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือปรับปรุงโครงสร้างหลักสูตรปริญญาตรีและปรับลดหน่วยกิตให้สอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐานและนโยบายของทบวงมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะวิชาบูรณาการในหมวดวิชาศึกษาทั่วไป และโครงการบัณฑิตยุคใหม่ เพื่อปลูกฝังให้นิสิตมีคุณธรรม จริยธรรม และวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต จัดทำโครงการหลักสูตรสองปริญญา (ต่อยอด) เพื่อเอื้อให้นิสิตที่สอบได้ไม่ตรงสาขาไม่ต้องลาออกไปสมัครสอบใหม่ได้มีโอกาสต่อยอดด้วยสาขาที่ตนปรารถนาได้อีก 1 ปริญญา หลังจากที่ค้นพบตนเองแล้ว หลักสูตรสองปริญญา (คู่ขนาน) โดยใช้จุดแข็งทางสาขาเกษตรและสังคมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเป็นหลักเพื่อสร้างบัณฑิตให้เป็นผู้นำชุมชน สามารถชี้นำทำความเข้าใจ และให้ความรู้แก่ชุมชนในการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อการพึ่งพาตนเองในชุมชน ให้ตระหนักถึงศักยภาพและความเข้มแข็งของชุมชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2540 ได้จัดตั้ง KU Cyber Lab เพื่อใช้อบรมการผลิตสื่อการสอนอีเล็กทรอนิคส์ และให้บริการในการผลิตสื่อรายวิชาให้กับอาจารย์ อีกทั้งจัดหาอุปกรณ์สื่ออิเล็กทรอนิคส์ที่ทันสมัยพร้อมเจ้าหน้าที่ประจำเครื่องทั้ง อาคารศูนย์เรียนรวม 1 และ 3 ผลพวงที่ได้จากการรับจ้างฝึกอบรมบุคลากรทางคอมพิวเตอร์ให้กับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ทำให้ได้ห้องเรียนและห้องปฏิบัติการพร้อมคอมพิวเตอร์ 204 เครื่อง ที่อาคารศูนย์เรียนรวม 1 บางเขน และ 41 เครื่องที่ศูนย์กิจกรรมนิสิต กำแพงแสน รวม 245 เครื่อง นำไปสู่การจัดตั้ง KU Self Learning Center ส่วนกลางของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เพื่อให้นิสิตได้พัฒนาการเรียนรู้และฝึกทักษะทางภาษาอังกฤษและภาษาคอมพิวเตอร์ ก่อนออกจากรั้วมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไปสู่โลกกว้าง ศาสตราจารย์สมเพียร เกษมทรัพย์ยังได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าทีมจัดทำครุยประจำตำแหน่งอาจารย์ กรรมการสภามหาวิทยาลัย อธิการบดี และนายกสภามหาวิทยาลัย ตามประกาศสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เรื่องข้อบังคับว่าด้วยครุยประจำตำแหน่งฯ พ.ศ. 2540 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารีทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฉายพระรูปร่วมกับคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในโอกาสแรกที่สวมครุยประจำตำแหน่ง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม 2540 ที่ภาคภูมิใจที่สุดคือ ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบจัดทำของที่ระลึกพระมหาวิริยาธิคุณานุสรณ์ ทำด้วยทองคำบริสุทธิ์หนัก 72 บาท เพื่อขอพระราชทานทูลเกล้าฯ ถวายเนื่องในมหามงคลเฉลิมพระชนม์ 72 พรรษา วันที่ 5 ธันวาคม 2542 และจัดทำหนังสือสรรพศิลปศาสตร์ตราธิราช ในโอกาสที่สภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ขอพระราชทานทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ 11 สาขาวิชา (19 กรกฎาคม 2542) แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชสยามินทราธิราช จากผลงานที่ได้สั่งสมมาตลอดทั้งชีวิต ตั้งแต่จบปริญญาตรีเมื่อ พ.ศ. 2505 จวบจนเกษียณอายุราชการใน พ.ศ. 2542 เป็นเวลา 37 ปี ด้วยความวิริยะอุตสาหะ ทำให้ศาสตราจารย์สมเพียร เกษมทรัพย์มีความก้าวหน้าในชีวิตการงานเป็นลำดับ เริ่มจากผู้ช่วยวิจัย (พ.ศ. 2505-2507) ไปจนถึงรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ (พ.ศ. 2539-2542) ซึ่งเกินความคาดหมายของเด็กผู้หญิงจากชนบทตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่ดั้นด้นเข้าเมืองหลวงเพื่อแสวงหาความรู้ในศาสตร์แห่งแผ่นดิน ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แห่งนี้ ศาสตราจารย์สมเพียร เกษมทรัพย์ได้รับรางวัลจากองค์กรและสมาคมวิชาชีพตามสมควร ดังนี้ - รางวัลผู้ทำงานดีเด่น (พ.ศ. 2514) จากภาควิชาพืชสวน - รางวัลดีเด่น The Creative and Unique Use of Bedding Plants to Help Beautifying the World (พ.ศ. 2519) จากสมาคม Bedding Plants ประเทศสหรัฐอเมริกา - รางวัลนักวิจัยดีเด่น (พ.ศ. 2527) จากสมาคมวิทยาศาสตร์การเกษตรแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ - รางวัลนักวิทยาศาสตร์เกษตรดีเด่น (พ.ศ. 2537) จากสมาคมวิทยาศาสตร์การเกษตรแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ - รางวัลนิสิตเก่าดีเด่น (พ.ศ. 2541) จากสมาคมนิสิตเก่าแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ รางวัลชีวิตที่ศาสตราจารย์สมเพียร เกษมทรัพย์ภาคภูมิใจที่สุดคือ ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เหรียญบำเหน็จในพระองค์ รัชกาลที่ 9 เหรียญรัตนาภรณ์ ชั้นที่ 3 (พ.ศ. 2525) เป็นเหรียญเครื่องหมายในพระมหากรุณาธิคุณส่วนพระองค์พระราชทานเป็นกรรมสิทธิ์ แม้ผู้ได้รับพระราชทานล่วงลับไปแล้ว ก็ให้ตกแก่ทายาท เพื่อรักษาไว้เป็นที่ระลึกในวงศ์ตระกูลสืบไป และได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดทั้ง 2 สกุล คือ มหาวชิรมงกุฏ (พ.ศ. 2535) และมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (พ.ศ. 2540) ในด้านครอบครัว ศาสตราจารย์สมเพียร เกษมทรัพย์สมรสกับนายรัศมี เกษมทรัพย์ (KU. 12) เมื่อ พ.ศ. 2506 มีบุตรธิดา 2 คนคือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พูนพิภพ เกษมทรัพย์ จบปริญญาตรีจากคณะเกษตร ได้รับเกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง เป็นที่หนึ่งของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และได้รับพระราชทานทุนอานันทมหิดลไปศึกษาปริญญาโท-เอก ณ University of California, Davis สมรสกับ ดร. พินิจพร ดารกานนท์ มีบุตร 2 คนคือ ด.ช. พูนพิพัฒน์ และ ด.ช. พรพิพัฒน์ ส่วนบุตรสาว แพทย์หญิงสุขเกษม เกษมทรัพย์ จบแพทยศาสตรบัณฑิต (ศิริราชพยาบาล) กุมารเวชศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญโรคไต (รามาธิบดี) มหาวิทยาลัยมหิดล Nephrology Research จาก University of Minnesota สมรสกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นาวาเอก นายแพทย์อนันต์ โฆษิตเศรษฐ ยังไม่มีบุตร ศาสตราจารย์สมเพียร เกษมทรัพย์ได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นอกจากจะให้ร่มเงาเป็นที่พักพิงให้เจริญงอกงามบนผืนแผ่นดินแห่งนี้เป็นเวลายาวนานถึง 46 ปี ด้วยความผาสุกร่มเย็นแล้ว ยังได้วางรากฐานชีวิตที่มั่นคงที่สุดให้ด้วย ที่สำคัญยิ่งคือมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้หล่อหลอมให้เด็กหญิงบ้านนอกตัวเล็กๆ คนนี้ เติบโตเป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่งมีความสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ สามารถเจริญงอกงามได้ดีในทุกสภาพแวดล้อม เฉกเช่นต้นนนทรีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานให้เป็นต้นไม้สัญลักษณ์แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำให้ท่านสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมโลกได้อย่างมีความสุข แม้ในยามวิกฤตเศรษฐกิจในยุค IMF ด้วยสำนึกในพระคุณ ศาสตราจารย์สมเพียร เกษมทรัพย์ขอมอบเฉพาะส่วนที่เป็นความดี ความงามทั้งหลายทั้งปวงที่ได้กระทำมาตลอดทั้งชีวิตให้แก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อันเป็นที่รักยิ่ง แด่บูรพาจารย์ และผู้มีพระคุณทุกท่าน และจะรำลึกถึงพระคุณของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ตลอดไปไม่รู้ลืม แหล่งข้อมูล สมเพียร เกษมทรัพย์. สัมภาษณ์, 3 กรกฎาคม 2545. สมเพียร เกษมทรัพย์. สมุดประวัติประจำตัวข้าราชการสำนักนายกรัฐมนตรี, 2506.