สัญลักษณ์ & สถานที่สำคัญ

สืบสานตำนานจดหมายเหตุ รวบรวมเรื่องราวความภาคภูมิใจ และสถานที่สำคัญของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
2 รูป
เหตุการณ์สำคัญ

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

(รูปทรงม้า) สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อครั้งทรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์ทรงม้าเสด็จเยี่ยมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นการส่วนพระองค์ เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2510 (รูปสวนนอก) ขณะเสด็จเยี่ยมชม "สวนนอก" ศ. ดร. บรรเจิด คติการ และ ศ. ระพี สาคริก กราบบังคมทูลรายงาน ในการเสด็จฯ ครั้งนั้น สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีพอพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่ง ถึงกับมีรับสั่งแก่ผู้ติดตามว่า "เกษตรนี้น่าอยู่จริงๆ ฉันควรจะได้มาเยี่ยมที่นี่ตั้งนานแล้ว..."

อ่านเพิ่มเติม
สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
2 รูป
เหตุการณ์สำคัญ

สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

(รูปชมโรงฟักไข่) หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ อดีตอธิการบดี นำเสด็จสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ทอดพระเนตรเครื่องฟักไข่ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2498 (รูปชมสวน) ศาสตราจารย์หลวงสมานวนกิจ รักษาการคณบดีคณะเกษตรศาสตร์นำเสด็จสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ทอดพระเนตรสวนของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

อ่านเพิ่มเติม
วันรำลึกถึงรัชกาลที่ 8 ทรงหว่านข้าว ณ เกษตรกลาง บางเขน
เหตุการณ์สำคัญ

วันรำลึกถึงรัชกาลที่ 8 ทรงหว่านข้าว ณ เกษตรกลาง บางเขน

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8 พร้อมด้วยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระอนุชาธิราช (ในขณะนั้น) ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจสุดท้ายของพระองค์ที่มีความสำคัญต่อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์คือ การเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกรที่บางเขน และทรงหว่านข้าว ณ แปลงสาธิตที่สถานีเกษตรกลางบางเขน พร้อมกับเสด็จทอดพระเนตรกิจการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อทอดพระเนตรสถานที่และการสอนของมหาวิทยาลัยและพระราชทานพระบรมราโชวาท เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2489

อ่านเพิ่มเติม
วันพระราชทานเพลงพระราชนิพนธ์ เกษตรศาสตร์
เหตุการณ์สำคัญ

วันพระราชทานเพลงพระราชนิพนธ์ เกษตรศาสตร์

วันประวัติศาสตร์อีกวันหนึ่งของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คือ วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2509 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อาจารย์ นิสิตเก่า และนิสิตปัจจุบันของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เข้าเฝ้าฯ อย่างใกล้ชิด พระราชทานเลี้ยงอาหารเย็น ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต และทรงดนตรีร่วมกับวง อ.ส. พร้อมทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลงพระราชนิพนธ์ "เกษตรศาสตร์" ให้เป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมแก่ชาวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อย่างหาที่สุดมิได้ สำหรับเพลงพระราชนิพนธ์ "เกษตรศาสตร์" นี้ ในเวลานั้นมีเพียงทำนองยังไม่มีเนื้อร้อง จึงเรียกว่า เพลง K.U. Song ภายหลัง ศ. ดร. ประเสริฐ ณ นคร ได้เป็นผู้แต่งเนื้อร้องให้ดังที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน

อ่านเพิ่มเติม
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปล่อยปลาหมอเทศหน้ากรมประมง
2 รูป
เหตุการณ์สำคัญ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปล่อยปลาหมอเทศหน้ากรมประมง

วันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2496 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงปล่อยปลาหมอเทศซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้จับจากบ่อเลี้ยงส่วนพระองค์ในบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ลงในบ่อหน้ากรมประมง ใกล้บริเวณที่ตั้งศาลาหกเหลี่ยมในปัจจุบัน โดยมี นายบุญ อินทรัมพรรย์ อธิบดีกรมประมงเฝ้ารับเสด็จฯ ในโอกาสเดียวกันนี้ หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ อธิบดีกรมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ ชั้น 3 หลังจากที่นายบุญ อินทรัมพรรย์ อธิบดีกรมประมงเข้ารับพระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ ชั้น 4 แล้ว นอกจากนั้นยังโปรดเกล้าฯ พระราชทานพันธุ์ปลาหมอเทศแก่ตัวแทนประชาชนทุกหมู่เหล่า นางสาวดารา กัณหะสุวรรณ เป็นตัวแทนนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เข้ารับพระราชทานด้วย

อ่านเพิ่มเติม
ทรงปลูกต้นนนทรีและทรงดนตรี
2 รูป
เหตุการณ์สำคัญ

ทรงปลูกต้นนนทรีและทรงดนตรี

มื่อวันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2506 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินยังมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตามคำกราบบังคมทูลเชิญเสด็จของคณะกรรมการสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อทรงปลูกต้นนนทรี ซึ่งเป็นต้นไม้ที่ถูกเลือกให้เป็นสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัย จำนวน 9 ต้น บริเวณหน้าอาคารหอประชุม มก. ในการเสด็จพระราชดำเนินครั้งนั้น มีพระมหากรุณาธิคุณร่วมการแสดงดนตรีที่หอประชุมของมหาวิทยาลัยเป็นครั้งแรก อันนำไปสู่การเสด็จ "เยี่ยมต้นนนทรี" ที่ทรงปลูกและ "ทรงดนตรี" สืบเนื่องมาจนถึงปี พ.ศ. 2515 การเสด็จพระราชดำเนินมาทรงปลูกต้นนนทรี ทรงเยี่ยมต้นนนทรี และทรงดนตรี ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สรุปได้ดังนี้ ครั้งที่ 1 วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2506 ทรงปลูกต้นนนทรีจำนวน 9 ต้น และทรงดนตรี ครั้งที่ 2 วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2507 ครั้งที่ 3 วันจันทร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2508 ครั้งที่ 4 วันอังคารที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2510 ครั้งที่ 5 วันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2511 เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมต้นนนทรี ครั้งที่ 6 วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2512 และทรงดนตรี ครั้งที่ 7 วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2514 ครั้งที่ 8 วันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514 ครั้งที่ 9 วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2515

อ่านเพิ่มเติม
อาคารเทพศาสตร์สถิตย์
2 รูป
สถานที่สำคัญ

อาคารเทพศาสตร์สถิตย์

อาคารเทพศาสตร์สถิตย์ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2502 แล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2503 มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นอาคารอเนกประสงค์ คือ นอกจากใช้เป็นอาคารพลศึกษาและที่ทำการขององค์การนิสิตแล้ว ยังใช้เป็นที่ประชุม สถานที่ลงทะเบียนเรียนของนิสิต การจัดนิทรรศการหรือสังสรรค์ ตลอดจนการฝึกอบรมวิชาชีพในภาคฤดูร้อนและสถานที่ประชุมเพื่อซ้อมเพลงเชียร์ อาคารเทพศาสตร์สถิตย์นี้ เป็นนามที่ตั้งขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่อำมาตย์เอกพระยาเทพศาสตร์สถิตย์ (โห้ กาฬดิษย์) ผู้เป็นปรมาจารย์แห่งสถาบันการศึกษาวิชาการเกษตร ผู้ริเริ่มก่อตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรม ณ สวนหลวง หอวัง อำเภอปทุมวัน จังหวัดพระนคร(ตรงสนามกีฬาศุภชลาศัยปัจจุบัน) ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษามูลฐานที่ก่อกำเนิดมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมหาวิทยาลัยแห่งนี้มุ่งมั่นปลูกฝังเด็กไทยรุ่นต่อๆ มาให้สืบทอดเอกลักษณ์ความเป็นประเทศเกษตรกรรมไว้สมดังปณิธานของท่านตลอดจนผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันการศึกษาในครั้งนั้นและได้พัฒนาเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำได้อย่างดีมาจนถึงปัจจุบันนี้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้จัดสร้างอาคารหลังใหม่ทดแทนอาคารเดิมซึ่งชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลา โดยมี ฯพณฯ นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรีและอดีตนายกสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นประธานเปิดอาคารเทพศาสตร์สถิตย์ เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2549 ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ปัจจุบันอาคารหลังนี้ใช้เป็นที่ทำการขององค์การบริหารองค์การนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำนักงานของชมรมต่างๆ และเป็นสถานที่จัดกิจกรรมของนิสิต

อ่านเพิ่มเติม
อนุสาวรีย์สามบูรพาจารย์
สถานที่สำคัญ

อนุสาวรีย์สามบูรพาจารย์

สามบูรพาจารย์ ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้บุกเบิกและวางรากฐานการเกษตรและการศึกษาด้านการเกษตรของประเทศไทยและของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คือ หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ (สุวรรณ (ทองดี) เรศานนท์) พระช่วงเกษตรศิลปการ (ช่วง โลจายะ) และ ศาสตราจารย์(พิเศษ) อินทรี จันทรสถิตย์ (หลวงอิงคศรีกสิการ (เอี้ยง จันทรสถิตย์)) ทั้งสามท่านมีฉายาว่า "สามเสือแห่งเกษตร" ซึ่งเป็นฉายาที่เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี ใช้เรียกแทนท่านทั้งสาม ที่ล้วนมีคุณูปการต่อวงการเกษตรและต่อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง ถือได้ว่าทั้งสามท่านได้ร่วมกันทำงานอย่างหนัก ผลที่มีต่อประเทศชาตินั้นจึงไม่สามารถแบ่งแยกจากกันได้ อนุสาวรีย์สามบูรพาจารย์นี้ อยู่บริเวณหน้าสถาบันเกษตราธิการ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่เดิมมีเพียงอนุสาวรีย์ "หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ" เพียงท่านเดียวก่อน ที่ได้จัดสร้างและทำพิธีเปิดเมื่อวันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2511 อันเป็นวันครบรอบ 25 ปีแห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ต่อมาในโอกาสที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ครบรอบการสถาปนา 50 ปี ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2536 ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณาจารย์ ผู้บริหารมหาวิทยาลัย เป็นต้น ได้พิจารณาเห็นสมควรให้จัดสร้างอนุสาวรีย์ของบูรพาจารย์อีก 2 ท่าน คือ พระช่วงเกษตรศิลปการ และศาสตราจารย์(พิเศษ) อินทรี จันทรสถิตย์ ในบริเวณเดียวกับอนุสาวรีย์หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ โดยปรับปรุงให้เป็นอนุสาวรีย์ของสามท่านอยู่เรียงเคียงกัน และประกอบพิธีเปิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2538

อ่านเพิ่มเติม
หออนุสรณ์ 60 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
2 รูป
สถานที่สำคัญ

หออนุสรณ์ 60 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

หออนุสรณ์ 60 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งอยู่บริเวณระหว่างอาคารสุวรรณวาจกกสิกิจ ศูนย์เรียนรวม 1 และอาคารช่วงเกษตรศิลปการ สำนักหอสมุด ประกอบพิธีเปิดเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547 เวลา 14.00 น. สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการยกย่อง ให้เกียรติ และดำรงรักษาสิ่งดีงามที่ดำเนินมาในอดีต ซึ่งเป็นประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า และพร้อมที่จะมุ่งสู่การพัฒนาให้ทัดเทียมมหาวิทยาลัยนานาประเทศระดับโลกต่อไป รวมทั้งเพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองโอกาสที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ครบรอบการสถาปนาหกทศวรรษ และก้าวย่างเข้าสู่ทศวรรษที่เจ็ด หออนุสรณ์ 60 ปี นี้ มีลักษณะเด่นคือ ส่วนฐาน ฐานทั้งหมดเปรียบเสมือนแผ่นดินอันเป็นต้นกำเนิดของพืชพรรณ ธัญญาหารของประเทศไทย ฐานสามเหลี่ยมใหญ่ หมายถึง สามบูรพาจารย์ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ฐานสามเหลี่ยมย่อย 3 รูป แทนคณาจารย์และบุคลากรที่ร่วมสร้างมหาวิทยาลัยจากอดีต ปัจจุบันไปจนถึงอนาคต ฐานของตัวหอรูปหกเหลี่ยม หมายถึง การครบรอบ 60 ปี ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ส่วนหอ เปรียบเสมือนต้นข้าวอันเป็นตัวแทนของพืชพรรณธัญญาหารของประเทศไทย ซึ่งเติบโตขึ้นมาจากแผ่นดิน แล้วแตกยอดออกเป็นชั้นๆ แต่ละชั้นนำไปสู่ความเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดที่ใช้ยอดสีทองแทนความหมาย ส่วนยอด บรรจุแก้วเจียระไนรูปหกเหลี่ยมสะท้อนแสงเลเซอร์ที่ยิงมาจากส่วนฐาน ในโอกาสพิธีเปิดหรือช่วงเฉลิมฉลองโดยเฉพาะในตอนเย็นไปถึงกลางคืน ลวดลายฉลุ เป็นโลหะสีทองฉลุลายพืชพรรณบ่อน้ำและปลา อันเป็นต้นกำเนิดของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลายดอกบัวให้ความหมายของการเรียนรู้และพัฒนาตนเองในการศึกษา

อ่านเพิ่มเติม
หอประวัติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่สำคัญ

หอประวัติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

หอประวัติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งอยู่ในแนวแกนเดียวกันกับทางเข้าประตู 2 ด้านถนนงามวงศ์วาน เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนหลังแรกของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับโอนมาจากวิทยาลัยเกษตรกรรม กรมเกษตร กระทรวงเกษตราธิการ เมื่อ พ.ศ. 2486 ในวันสถาปนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ชาวเกษตรอาวุโสเรียกอาคารหลังนี้ในชื่อต่างๆ กัน ได้แก่ "ตึกสัตวบาล" เพราะชั้นบนเคยเป็นห้องสอนวิชาสัตวบาล "ตึกเคมี" เพราะชั้นล่างเคยเป็นห้องสอนวิชาเคมี "ตึกขาว" เพราะอาคารทาสีขาว "ตึกเสือ" เพราะทาสีพรางเป็นลายเสือระหว่างสงคราม อาคารหอประวัติ มก. มีความสำคัญและมีคุณค่ายิ่งในทางประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวคือ ในปี พ.ศ. 2489 มีการใช้อาคารหลังนี้ประกอบพิธีประสาทปริญญาบัตรแก่เกษตรบัณฑิตรุ่นแรก โดย ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตราธิการ ณ ชั้นล่าง ห้องทางด้านทิศตะวันออก และในปี พ.ศ. 2493 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินมาพระราชทานปริญญาบัตรแก่เกษตรบัณฑิต ณ ชั้นบนห้องทางด้านทิศตะวันออกเป็นครั้งแรก อาคารหลังนี้ได้เปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์มาหลายครั้ง เช่น ใช้เป็นห้องทำงานของอาจารย์ผู้ใหญ่ ใช้เป็นสำนักงานของคณะผู้แทนจากสหรัฐอเมริกาที่มาช่วยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ชุดต้นๆ ใช้เป็นสำนักงานคณบดีคณะกสิกรรมและสัตวบาล และร้านค้าสหกรณ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จนกระทั่งได้มีการซ่อมและสงวนรักษาอาคารหลังนี้ไว้และจัดตั้งเป็นหอประวัติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เนื่องในวาระครบรอบวันสถาปนา 60 ปี ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546

อ่านเพิ่มเติม
หอประชุม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่สำคัญ

หอประชุม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2497 โดยจอมพล ป. พิบูลสงคราม สร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2500 เพื่อใช้เป็นสถานที่รับพระราชทานปริญญาบัตร ต่อมาได้มีการปรับปรุงเป็นครั้งคราว และมีการใช้งานอยู่อย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่ได้ใช้เป็นสถานที่รับพระราชทานปริญญาบัตรอีกต่อไป เนื่องจากมีความจุไม่เพียงพอต่อจำนวนนิสิตที่เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ดังนั้น พิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จึงใช้อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริเป็นสถานที่จัดพิธีแทน

อ่านเพิ่มเติม
สระสุวรรณชาด
2 รูป
สถานที่สำคัญ

สระสุวรรณชาด

คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานสระว่ายน้ำสำหรับการรักษาแบบธาราบำบัด ให้สุนัขที่ป่วยด้วยโรคข้อกระดูก และโรคระบบประสาท จำนวน 2 สระ โดยพระราชทานเงินรายได้จากการจำหน่วยเสื้อคุณทองแดง สุนัขทรงเลี้ยง พร้อมทั้งพระราชทานชื่อสระว่ายน้ำว่า "สระสุวรรณชาด" ตามชื่อของคุณทองแดง โดยเริ่มทำการก่อสร้างเมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2548 ในการสร้างสระนี้ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานคำแนะนำในการออกแบบตามหลักวิชาการและได้ใช้สระว่ายน้ำของสุนัขทรงเลี้ยงมาเป็นต้นแบบ ซึ่งได้ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปลายเดือนเมษายน พ.ศ. 2548 ในวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2548 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดสระสุวรรณชาด ณ คณะ สัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และได้ทรงพาคุณทองแดงสุนัขทรงเลี้ยงมาร่วมในพิธีเปิดสระด้วย

อ่านเพิ่มเติม
หมุดหลักมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
2 รูป
สถานที่สำคัญ

หมุดหลักมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ในการพัฒนาพื้นที่ในวิทยาเขตต่างๆ ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทางด้านกายภาพเพื่อรองรับการเรียนการสอน การวิจัยและการสนับสนุนงานในด้านต่างๆ จำเป็นต้องใช้หมุดหลักเพื่อการอ้างอิงกำหนดตำแหน่งในทางแนวราบและแนวดิ่ง ซึ่งแต่เดิมได้มีการดำเนินการสร้างหมุดหลักตั้งแต่เริ่มก่อตั้งวิทยาเขต และเมื่อพื้นที่ของแต่ละวิทยาเขตได้มีการพัฒนา หมุดหลักดังกล่าวได้สูญหายไป ทำให้ไม่เพียงพอต่อการใช้งาน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้จัดทำหมุดหลักถาวรขึ้นใหม่เนื่องในโอกาสครบรอบปีที่ 9 แห่งการก่อตั้งวิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร และจัดทำหมุดหลักถาวรเพิ่มขึ้นอีกใน 3 วิทยาเขต คือ บางเขน กำแพงแสนและศรีราชา ซึ่งเป็นวิทยาเขตที่ได้เปิดการเรียนการสอนเต็มรูปแบบตามลำดับโดยได้รับความอนุเคราะห์จากภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการสำรวจค่าพิกัดและได้มีพิธีวางหมุดหลัก โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร. วิโรจ อิ่มพิทักษ์ อดีตอธิการบดี เป็นประธาน ดังนี้ วันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2548 วางหมุดหลักที่วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร ที่พิกัด Latitude 17° 17' 19.38" N Longitude 104° 06' 44.54" E Elevation +171.264 m. (M.S.L.) ณ บริเวณลานเครื่องบินอนุสรณ์เชียงเครือ วันพฤหัสบดีที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2549 วางหมุดหลักที่วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ที่พิกัด Latitude 14° 01? 16.08" N Longitude 99° 58' 53.63" E Elevation +7.247 m. (M.S.L.) ณ บริเวณระหว่างเสาธงรูปข้าวเปลือกและอาคารชูชาติ กำภู วันศุกร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2549 วางหมุดหลักที่วิทยาเขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ที่พิกัด Latitude 13° 50' 50.39" N Longitude 100° 34' 19.44" E Elevation +1.204 m. (M.S.L.) ณ บริเวณลานพระพิรุณทรงนาค หน้าอาคารช่วงเกษตรศิลปการ สำนักหอสมุด วันเสาร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2549 วางหมุดหลักที่วิทยาเขตศรีราชา จังหวัดชลบุรี ที่พิกัด Latitude 13° 07' 09.05" N Longitude 100° 55' 21.62" E Elevation +34.372 m. (M.S.L.) ณ บริเวณฐานเสาธงอาคาร 1 (บริการวิทยาการ) ตำแหน่งหมุดหลักในแต่ละวิทยาเขตได้เลือกจากตำแหน่งที่เป็นพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และความเป็นมาของวิทยาเขตหรือตำแหน่งที่เป็นจุดกลางของพื้นที่ ทั้งนี้แต่ละวิทยาเขตเป็นผู้เสนอตำแหน่งหมุดหลักให้แก่คณะกรรมการจัดทำหมุดหลัก การจัดทำหมุดหลักได้ดำเนินการโดยการจัดทำฐานคอนกรีตเสริมเหล็กรูปทรงเจ็ดเหลี่ยม แล้วทำการวัดค่าพิกัดและระดับโดยใช้เครื่องมือวัดสัญญาณดาวเทียม (GPS) และรายละเอียดจะบรรจุอยู่ในแผ่นหมุดทองเหลือง ซึ่งวางอยู่บนฐานคอนกรีต สำหรับหมุดหลักที่จุดศูนย์กลางของวิทยาเขตบางเขนนั้น รองศาสตราจารย์ ดร. วิโรจ อิ่มพิทักษ์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (8 มิ.ย. 2545-7 มิ.ย. 2549) เป็นประธานในพิธีวางหมุดหลักมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2549 ณ บริเวณลานพระพิรุณทรงนาค หน้าอาคารช่วงเกษตรศิลปการ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน โดยหมุดหลักฐานที่จุดศูนย์กลางของวิทยาเขตบางเขน ได้จัดทำเป็นหมุดทองเหลือง เส้นผ่าศูนย์กลาง 63 เซนติเมตร ตามปีที่ครบรอบการสถาปนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จารึกค่าพิกัดและค่าระดับ สำหรับเป็นหลักฐานสำคัญในการอ้างอิง ส่วนฐานเป็นคอนกรีตรูปเจ็ดเหลี่ยมด้านเท่า อันหมายถึงการก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 7 แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

อ่านเพิ่มเติม
ศาลาหกเหลี่ยม
2 รูป
สถานที่สำคัญ

ศาลาหกเหลี่ยม

ศาลาหกเหลี่ยม มีประวัติยาวนาน ผู้เกี่ยวข้องอาจมีประสบการณ์แตกต่างกันออกไป ศาลาหกเหลี่ยมหลังเดิมเป็นที่ซึ่งแผนกทดลองและเพาะเลี้ยง กรมประมง สร้างขึ้นก่อนปี พ.ศ. 2492 เพื่อให้ประชาชนมาซื้อพันธุ์ปลา เพราะในสมัยก่อนนั้น พื้นที่ของกรมประมงส่วนที่ติดกับถนนพหลโยธินเต็มไปด้วยบ่อปลา อาคารที่ทำการอยู่ลึกเข้าไปข้างใน ประชาชนต้องเดินไกลไม่สะดวก ดังนั้นใครจะซื้อ - ขาย พันธุ์ปลาก็จะติดต่อได้ที่ศาลาหกเหลี่ยมนี้ ชาวเกษตรกลางบางเขนรุ่นแรกๆ โดยเฉพาะนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และข้าราชการของกรมต่างๆ สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีที่ทำการ ณ เกษตรกลาง บางเขน ใช้บริเวณรอบๆ ศาลาหกเหลี่ยมเป็นที่จอดจักรยานรอเพื่อน นัดพบ รวมทั้งมีการซื้อ - ซ่อม จักรยานในบริเวณนี้ด้วย ศาลาหกเหลี่ยมจึงเป็นจุดนัดพบของนิสิตเป็นเวลานาน เมื่อมีสภาพเก่า ทรุดโทรม การใช้น้อยลง จึงได้มีการรื้อถอนในปี พ.ศ. 2528 ด้วยความผูกพันดังกล่าว ศาสตราจารย์ ดร. ธีระ สูตะบุตร อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (8 มิถุนายน 2539 - 7 มิถุนายน 2545) จึงได้สร้างศาลาหกเหลี่ยมหลังใหม่ให้อยู่ในที่เดิม ในปี พ.ศ. 2539 แล้วเสร็จปี 2540 โดยมีลักษณะหกเหลี่ยม ภายในจัดเป็นที่แสดงนิทรรศการเพื่อเผยแพร่กิจกรรมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้ออกแบบคือ รศ. ดร. เอกรินทร์ อนุกูลยุทธธน คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ขณะนั้น รศ. ดร. เอกรินทร์ อนุกูลยุทธธน ดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และหัวหน้างานวางผังแม่บท กองแผนงาน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ) เพื่อเป็นสถานที่แห่งความทรงจำอีกแห่งหนึ่งของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมีพิธีเปิดเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2542

อ่านเพิ่มเติม
พระพิรุณทรงนาค
สัญลักษณ์

พระพิรุณทรงนาค

พระพิรุณทรงนาคเป็นสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ องค์แรกประดิษฐานอยู่ ณ บริเวณหน้าอาคารสุวรรณวาจกกสิกิจเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2538 ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการจัดสร้างสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2538 และได้มีการปรับปรุงฐานที่ตั้งพระพิรุณทรงนาคให้สูงขึ้นจากเดิมประมาณ 1.35 เมตร พร้อมกับยกระดับขอบบ่อน้ำพุกลางให้สูงขึ้นอีก 1.20 เมตร เพื่อให้มีความสง่างามและความโดดเด่นยิ่งขึ้น โดยใช้งบประมาณเงินรายได้จากส่วนกลางเป็นจำนวนเงิน 2,939,697 บาท และมีการประกอบพิธีสักการะองค์พระพิรุณ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2547 ในปีพ.ศ. 2539 ได้จัดสร้างพระพิรุณทรงนาคองค์ที่ 2 ประดิษฐานไว้บริเวณสระน้ำหน้าคณะเกษตร วิทยาเขตกำแพงแสน ต่อมาปีพ.ศ. 2546 ได้จัดสร้างพระพิรุณทรงนาค องค์ที่ 3 และ 4 ประดิษฐานไว้ที่วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร และวิทยาเขตศรีราชา ตามลำดับ พระพิรุณทรงนาค ประดิษฐาน ณ กลางสระน้ำด้านหน้าอาคารหอประชุมเกษตรกลางบางเขน เป็นองค์ที่ 5 ที่ได้มีการจัดสร้างขึ้น โดยเป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงภูมิทัศน์โครงการปรับปรุงอาคารหอประชุมเกษตรกลางบางเขน เริ่มจัดสร้างในพ.ศ. 2553 แล้วเสร็จและทำพิธีบวงสรวงเมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2554

อ่านเพิ่มเติม
จักรยานเกษตร
สัญลักษณ์

จักรยานเกษตร

จักรยานในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เริ่มเกิดขึ้นมาเมื่อใดนั้น ไม่มีหลักฐานอ้างอิงชิ้นไหนระบุไว้ แต่สันนิษฐานว่าคงจะมีมาพร้อมๆ กับการสถาปนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เนื่องจากในสมัยก่อนมหาวิทยาลัยยังมีถนนภายในมหาวิทยาลัยไม่กี่เส้น อาคารต่างๆ ก็มีจำนวนน้อยและอยู่ห่างกันไม่มากเหมือนปัจจุบัน ดังนั้นการขี่จักรยานจึงถือว่าเป็นการเดินทางที่สะดวก ส่วนรถยนต์ยังมีน้อย เป็นของแปลก ของหรูหราฟุ่มเฟือย นิสิตคนใดขับรถมาเรียนมักถูกเขม่น น้องใหม่จึงไม่กล้าใช้รถยนต์เพราะขืนนำมาใช้ รุ่นพี่ก็จะเขม่นเอา ดีไม่ดีอาจถูกลองของได้ ซึ่งแตกต่างจากสมัยนี้มาก จักรยานเกษตรยังมีความเกี่ยวข้องกับศาลาหกเหลี่ยมด้วย กล่าวคือ ในช่วงที่รถโดยสารประจำทางสาธารณะยังมีบริการอยู่ทางด้านถนนพหลโยธินเป็นหลัก เมื่อนิสิตจะกลับบ้านหรือออกจากมหาวิทยาลัยก็จะขี่จักรยานออกมาจอดไว้ที่ศาลาหกเหลี่ยม มานั่งรอเพื่อนหรือรอรถที่ศาลาแห่งนี้ ต่อมาเมื่อนิสิต อาจารย์ และบุคลากรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ทำให้จักรยานซึ่งเป็นยานพาหนะจำเป็นของชาวเกษตรที่มาจอดที่ศาลาหกเหลี่ยมหนาแน่นขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นในสมัยศาสตราจารย์อินทรี จันทรสถิตย์ เป็นอธิการบดี ได้มีการต่อเติมชายคาศาลาหกเหลี่ยมออกไป กั้นผนังโดยรอบเพิ่มความปลอดภัยให้แก่จักรยานและมีบริการซ่อมรถจักรยานด้วย ก่อนที่ศาลาหกเหลี่ยมนี้จะถูกรื้อถอนไปราวปี พ.ศ. 2528 ส่วนความนิยมใช้จักรยานนั้น เข้าใจว่าเมื่อมหาวิทยาลัยเริ่มจัดให้มีรถสวัสดิการออกวิ่งแล้ว นิสิตส่วนหนึ่งที่ไม่ได้พักหอพักในมหาวิทยาลัยจึงหันมาใช้บริการรถสวัสดิการแทน แต่ก็มีบางคณะที่รถสวัสดิการไม่ผ่านก็ยังใช้จักรยานอยู่บ้างเช่น คณะสัตวแพทยศาสตร์ และคณะวนศาสตร์ แต่ปัจจุบันจักรยานเหลือน้อยลงมากเมื่อเทียบกับจำนวนรถยนต์ที่วิ่งอยู่ภายในมหาวิทยาลัย

อ่านเพิ่มเติม
เสาธงรูปทรงเมล็ดข้าวเปลือก
2 รูป
สัญลักษณ์

เสาธงรูปทรงเมล็ดข้าวเปลือก

เสาธงรูปทรงเมล็ดข้าวเปลือก ตั้งอยู่หน้าหอประชุมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ด้านถนนพหลโยธิน และหน้าอาคารสารนิเทศ 50 ปี ออกแบบโดย ผศ. ทองพันธุ์ พูนสุวรรณ เสาธงรูปทรงเมล็ดข้าวเปลือกนี้เป็นเสาธงที่ออกแบบเป็นพิเศษ โดยให้บนยอดเสาทำเป็นหยดน้ำเหมือนน้ำฝนไหลกระจายลงมา เส้นของเสาธงเหมือนกับกระแสน้ำ เสาธงนี้จึงสง่างามและมีความหมายดี

อ่านเพิ่มเติม
แคปซูลเวลา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สัญลักษณ์

แคปซูลเวลา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

"แคปซูลเวลา" (Time Capsule) หมายถึง กล่องบรรจุสิ่งที่มีคุณค่า เพื่อแสดงถึงชีวิตความเป็นอยู่ ความเป็นมาของวิถีชีวิตในขณะนั้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ศาสตราจารย์ ดร. วิจิตร ศรีสอ้าน เป็นผู้แทนพระองค์ ไปประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารเฉลิมพระเกียรติ 4 รอบพระชันษาจุฬาภรณ์ และบรรจุแคปซูลเวลา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2549 ณ บริเวณลานหน้าหออนุสรณ์ 60 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน แคปซูลเวลา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นถังทรงกระบอก ทำด้วยสแตนเลส สตีล ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 ฟุต สูง 4 ฟุต จำนวน 2 ชุด จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์คือ 1. เพื่อดำเนินการเนื่องในโอกาสที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 7 และครบรอบ 63 ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 2. เพื่อเก็บรักษาข้อมูลที่ได้คัดสรรสิ่งที่มีคุณค่าสำคัญในอดีต ปัจจุบัน ตลอดจนแผนงานและแนวคิดในอนาคตของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วม 3. เพื่อให้อนุชนรุ่นต่อไปได้ภาคภูมิใจในผลงานของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในอดีต กำหนดเปิดแคปซูลเวลา ครั้งที่ 1 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ครบรอบการสถาปนา 99 ปี ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2585 เปิดแคปซูลเวลาเพื่อทำการตรวจสอบและศึกษาเนื้อหาและข้อมูลเดิมที่บรรจุในแคปซูลเวลา ทำการบรรจุเนื้อหาและข้อมูลปัจจุบัน ณ ช่วงเวลาที่เปิดในแคปซูลเวลา ทำการผนึกแคปซูลเวลาเพื่อเก็บรักษาต่อไป ครั้งที่ 2 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ครบรอบการสถาปนา 199 ปี ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2685

อ่านเพิ่มเติม
พระพุทธชินสีห์จำลอง
สัญลักษณ์

พระพุทธชินสีห์จำลอง

พระพุทธชินสีห์จำลอง เป็นพระพุทธรูปประจำมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และเกษตรกลางบางเขน ประดิษฐาน ณ อาคารพุทธเกษตร เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2539 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้จัดสร้างน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เนื่องในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ ในวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2535

อ่านเพิ่มเติม
ต้นนนทรี
สัญลักษณ์

ต้นนนทรี

ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ชื่อสามัญ นนทรี ชื่อวงศ์ CAESALPINIACEAE ชื่อวิทยาศาสตร์ Peltophorum pterocarpum (DC.) K.Heyne ความเป็นมาของต้นนนทรี: ต้นไม้สัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นนทรี (Peltophorum pterocarpum) เป็นต้นไม้สัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มาตั้งแต่ พ.ศ. 2506 สืบเนื่องจากการประชุมสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2506 คณะอนุกรรมการพิจารณาหาต้นไม้สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ซึ่งประกอบด้วย อาจารย์อัญเชิญ ชมพูโพธิ์ หัวหน้าภาควิชาพืชศาสตร์ อาจารย์ปวิณ ปุณศรี อาจารย์แสงธรรม คมกฤส และอาจารย์เจือ สุทธิวนิช ได้เสนอต้นไม้ 4 ชนิด ต่อที่ประชุม คือ นนทรี ทองกวาว ราชพฤกษ์ (คูน) และพิกุล โดยที่ประชุมได้ตกลงเลือกต้นนนทรี เพราะเป็นไม้ยืนต้น มีอายุยืน มีใบสีเขียวแก่ อันหมายถึง สีเขียวขจีของเกษตร และมีดอกสีเหลืองทอง อันหมายถึง สีเหลืองของคณะเกษตร ดังปรากฏในคำกราบบังคมทูลของคุณหลวงอิงคศรีกสิการ (อินทรี จันทรสถิตย์) ในฐานะอธิการบดี มีใจความสรุปดังนี้ "ต้นนนทรี เป็นไม้ยืนต้น มีอายุยืนยาวนาน มีใบเขียวตลอดทั้งปี ลักษณะใบเป็นฝอยคล้ายใบกระถิน ดอกสีเหลืองประปรายด้วยสีขาว ช่อดอกเป็นพวงระย้า ฝักไม่ยอมทิ้งต้น ทนทานในทุกสภาพอากาศของเมืองไทย สมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงได้เลือกให้เป็นต้นไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อแสดงว่า นิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นั้น มีใจผูกพันอยู่กับมหาวิทยาลัยตลอดมา และสามารถจะทำงานประกอบอาชีพได้ทั่วทุกหนทุกแห่ง ทั้งในไร่นาป่าเขา ทั่วทั้งประเทศไทย" ต่อมาในวันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2506 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงปลูกต้นนนทรี จำนวน 9 ต้น บริเวณหน้าอาคารหอประชุม มก. และทรงมีพระมหากรุณาธิคุณร่วมทรงดนตรีที่หอประชุม มก. เป็นครั้งแรกด้วย พร้อมกันนี้ได้มีพระราชดำรัสตอนหนึ่งเกี่ยวกับต้นนนทรี ความว่า "ขอพูดอะไรสักหน่อย วันนี้ได้รับเชิญมาปลูกต้นไม้ ก็ทำให้คิดว่า การปลูกต้นไม้ก็จำเป็นจะต้องเลือกว่าต้นอะไรจึงจะดี เหมาะสำหรับมหาวิทยาลัย ต้นไม้อะไรๆ ก็สีเขียว ต้นนนทรีที่เลือกเป็นต้นไม้ของเกษตร ก็เหมาะสมที่มีสีเขียวด้วย เหมาะมากและน่ายินดีมากที่ต้นนนทรีนั้นปลูกได้ทั่วทุกแห่งของไทย เพราะทนแล้ง ทนแดดได้ นี่เป็นความหมายที่ดี เพราะคนไทยถ้าปลูกในแผ่นดินไทยก็เติบโตดีและเจริญดี ต้นไม้ต้องมีดิน จึงจะเจริญได้ดี ถ้าเอาไปใส่ในกระถาง หรือเอาไปปลูกในน้ำ หรือปลูกในน้ำยาคุณภาพดีๆ จากต่างประเทศ ก็จะหงอยอยู่ไม่ได้ เขาต้องการดิน ขอฝากต้นไม้นี้ให้มหาวิทยาลัยและนิสิตช่วยกันรักษาให้ดี อย่าให้หงอย ขอฝากนิสิตทั้งหลายขอให้ช่วยกันรักษาตัวเองให้ดี และอย่าลืมว่าตัวเองนั้นจะอยู่กันได้ก็ด้วยแผ่นดินไทย ขอให้ช่วยกันรักษาแผ่นดินไทยไว้ด้วย คนไทยถ้าไร้แผ่นดินก็จะหงอยกันหมด อยู่กันไม่ได้ และเราก็ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น"

อ่านเพิ่มเติม
ตราประจำมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สัญลักษณ์

ตราประจำมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ตราประจำมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นรูปวงกลม มีรูปพระพิรุณทรงนาค อยู่กึ่งกลางล้อมรอบด้วยกลีบบัวคว่ำและกลับบัวหงาย มีข้อความ "มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2486" ล้อมรอบเป็นชั้นนอกสุด ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายราชการพุทธศักราช 2482 ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 เล่มที่ 114 ตอนพิเศษ 104 ง และสีเขียวใบไม้เป็นสีประจำตรามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

อ่านเพิ่มเติม